ฤกษ์คืออะไร?

คำว่า "ฤกษ์" ในทางโหราศาสตร์ไทย หมายถึง คราวหรือเวลาที่เหมาะเป็นชัยมงคลในการเริ่มต้นกระทำการมงคลต่าง ๆ เช่น การแต่งงาน การขึ้นบ้านใหม่ การตั้งศาลพระภูมิ การเปิดกิจการร้านค้า การออกรถใหม่ หรือการเจรจาธุรกิจสำคัญ

โหราศาสตร์ไทยเชื่อว่า ดวงดาวบนท้องฟ้ามีการโคจรและส่งกระแสอิทธิพลลงมายังโลกมนุษย์อยู่ตลอดเวลา การเลือก "ฤกษ์ยาม" คือการค้นหาช่วงเวลาที่กระแสอิทธิพลจากดวงดาวเอื้ออำนวยและส่งเสริมต่อกิจกรรมนั้น ๆ มากที่สุด เปรียบเสมือนการเลือกเวลาออกเรือในขณะที่ลมและกระแสน้ำเป็นใจ เพื่อช่วยส่งเสริมให้กิจกรรมนั้นประสบความสำเร็จ ราบรื่น และปราศจากอุปสรรคขัดขวาง

ฤกษ์บน หรือ "นพดลฤกษ์" คืออะไร?

ฤกษ์บน (หรือ นพดลฤกษ์ - คำว่า นพดล แปลว่า ท้องฟ้า) คือการกำหนดฤกษ์โดยอาศัยตำแหน่งการโคจรของดวงจันทร์ผ่านกลุ่มดาวฤกษ์ประจำวัน ทั้งสิ้น 27 กลุ่มดาวบนท้องฟ้า (นักษัตร) โดยทางโหราศาสตร์ได้จัดกลุ่มดาวทั้ง 27 ดวงนี้ออกเป็น 9 หมวดใหญ่ หมวดละ 3 ดวง เรียกว่า "นพดลฤกษ์" (ฤกษ์ทั้ง 9) ซึ่งแต่ละหมวดจะมีอิทธิพลและเหมาะสมกับกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ดังนี้:

ฝ่ายมงคล

1. มหัทธโนฤกษ์

ฤกษ์เศรษฐี (ผู้มั่งมี): เป็นฤกษ์ที่เด่นด้านการเงิน โภคทรัพย์ ความรุ่งเรือง เหมาะสำหรับงานมงคลทั่วไป เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เปิดร้านค้า ลงทุนทำธุรกิจ หรือทำสัญญาทางการเงิน

ฝ่ายมงคล

2. ภูมิปาโลฤกษ์

ฤกษ์ผู้รักษาแผ่นดิน: เป็นฤกษ์ที่ให้ความมั่นคง ปลอดภัย ถาวร เหมาะสำหรับงานเกี่ยวกับที่ดิน การเกษตร ลงเสาเอก ตั้งศาลพระภูมิ ขึ้นบ้านใหม่ หรือก่อตั้งมูลนิธิ/องค์กรที่ต้องการความยั่งยืน

ฝ่ายมงคล

3. เทวีฤกษ์

ฤกษ์นางพญา: เป็นฤกษ์ที่โดดเด่นด้านความสวยงาม ศิลปะ ความรัก และการสนับสนุนจากสตรี เหมาะสำหรับงานหมั้น งานแต่งงาน เปิดร้านเสริมสวย แฟชั่น หรือการติดต่อเจรจาที่มีผู้หญิงเป็นใหญ่

ฝ่ายมงคล

4. ราชาฤกษ์

ฤกษ์พระราชา: เป็นฤกษ์ที่ยิ่งใหญ่ ให้ผลในทางเกียรติยศ ชื่อเสียง บารมี เหมาะสำหรับงานพระราชพิธี งานข้าราชการ เข้าหาผู้ใหญ่ รับตำแหน่ง หรือการเปิดตัวโครงการใหญ่ระดับประเทศ

ฝ่ายมงคล

5. สมโณฤกษ์

ฤกษ์สงบ/นักบวช: เป็นฤกษ์ที่ให้ผลทางความสงบ ร่มเย็น และความยุติธรรม เหมาะสำหรับพิธีกรรมทางศาสนา การอุปสมบท การทำบุญบ้าน ก่อสร้างวัดวาอาราม หรือการฝึกอบรมจิตใจ

ปานกลาง / เฉพาะเจาะจง

6. ทลิทโทฤกษ์

ฤกษ์ขอทาน (ผู้มักน้อย): เป็นฤกษ์ที่เด่นเรื่องความเมตตาปรานี เหมาะสำหรับการสู่ขอ ทวงหนี้สิน ขอความช่วยเหลือ เจรจาประนีประนอม หรือเปิดร้านค้าประเภทขายของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน

ปานกลาง / เฉพาะเจาะจง

7. เทศาตรีฤกษ์

ฤกษ์พ่อค้าเร่ (สามัญญฤกษ์): เป็นฤกษ์ที่เด่นด้านความคึกคัก มีคนเข้าออกพลุกพล่าน เหมาะสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ผับ บาร์ ห้างสรรพสินค้า ตลาด หรือธุรกิจส่งออกและเดินทาง

ฝ่ายเด็ดขาด / อวมงคล

8. โจโรฤกษ์

ฤกษ์โจรสิทธิ์ (ผู้ช่วงชิง): เป็นฤกษ์แห่งการชิงชัย ความฉับพลัน เด็ดขาด เหมาะกับการแข่งขัน ชนะคดีความ ปราบปรามศัตรู หรือการทำกิจกรรมที่ต้องการความรวดเร็วและชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จ (ไม่เหมาะกับงานแต่งงานหรือขึ้นบ้านใหม่ทั่วไป)

ฝ่ายเด็ดขาด / อวมงคล

9. เพชฌฆาตฤกษ์

ฤกษ์ผู้ฆ่า (ความเด็ดขาด): เป็นฤกษ์แห่งความเด็ดขาด การทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย เหมาะสำหรับพิธีบวงสรวง ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง พิธีตัดกรรม ศัลยกรรมรักษาโรค หรือการตัดสินคดีความสำคัญ (ไม่เหมาะกับงานมงคลที่ต้องการความอ่อนโยน)

ทำความเข้าใจ "ฤกษ์ตายตัว" (ฤกษ์พิกัด) ทั้งหมดในตำรา

ในทางโหราศาสตร์ไทย "ฤกษ์พิกัด" หรือ "ฤกษ์ตายตัว" คือเกณฑ์ความเหมาะสมของวันและเวลาที่ถูกกำหนดไว้เป็นสูตรสำเร็จตามตำราโบราณ โดยพิจารณาจากดาราศาสตร์จันทรคติ การโคจรของดวงจันทร์ และดิถีต่างๆ เมื่อเงื่อนไขของวันในสัปดาห์ตรงกับข้างขึ้น/ข้างแรม หรือเดือนไทยที่กำหนด วันนั้นจะมีผลดีหรือผลเสียโดยทันที

หลังบ้านของระบบ Phayakorn ได้รวบรวมหลักเกณฑ์ฤกษ์ตายตัวทั้งหมดตามตำราดั้งเดิมไว้ดังนี้:

1. เกณฑ์ดิถีมงคล 5 ประการ (ฤกษ์ดีทำการมงคลสำเร็จ)

ดิถีมงคลเกิดจากการจับคู่ของ วันในสัปดาห์ กับ วันข้างขึ้น/ข้างแรม (ดิถี) มีเกณฑ์ตายตัวดังนี้:

ดิถีมงคล (ความหมาย) อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
ดิถีอำมฤคโชค
(สำเร็จ ปลอดภัย อายุยืน)
8 ค่ำ 3 ค่ำ 9 ค่ำ 2 ค่ำ 4 ค่ำ 1 ค่ำ 5 ค่ำ
ดิถีมหาสิทธิโชค
(สำเร็จอันยิ่งใหญ่ เหมาะงานใหญ่)
14 ค่ำ 12 ค่ำ 13 ค่ำ 4 ค่ำ 7 ค่ำ 10 ค่ำ 15 ค่ำ
ดิถีสิทธิโชค
(โชคสำเร็จ สมปรารถนาทั่วไป)
13 ค่ำ 5 ค่ำ 14 ค่ำ 10 ค่ำ 9 ค่ำ 11 ค่ำ 15 ค่ำ
ดิถีชัยโชค
(ชัยชนะ ชนะศัตรูและอุปสรรค)
8 ค่ำ 3 ค่ำ 11 ค่ำ 10 ค่ำ 4 ค่ำ 1 ค่ำ 11 ค่ำ
ดิถีราชาโชค
(ความเป็นใหญ่ ได้เมตตาจากผู้ใหญ่)
6 ค่ำ 3 ค่ำ 9 ค่ำ 6 ค่ำ 10 ค่ำ 1 ค่ำ 5 ค่ำ

2. เกณฑ์วันลอย วันฟู วันจม

คำนวณจากความสัมพันธ์ระหว่าง เดือนไทยทางจันทรคติ กับ วันในสัปดาห์ ซึ่งมีความหมายดังนี้:

  • วันฟู: อิทธิพลขยายตัว เจริญงอกงาม (เหมาะสำหรับขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการ แต่งงาน)
  • วันลอย: อิทธิพลราบรื่น การงานก้าวหน้าไม่มีสิ่งกีดขวาง (เหมาะแก่การทำการมงคลทั่วไป)
  • วันจม: อิทธิพลตกต่ำ ติดขัด ไม่เจริญก้าวหน้า (ห้ามขึ้นบ้านใหม่ ห้ามลงทุน หรือเริ่มงานสำคัญ)
เดือนจันทรคติไทย วันลอย (ราบรื่น) วันฟู (เฟื่องฟู) วันจม (อุปสรรค)
เดือน 5 และ เดือน 11 วันอังคาร วันพฤหัสบดี วันเสาร์
เดือน 6 และ เดือน 12 วันพุธ วันศุกร์ วันอาทิตย์
เดือน 7 และ เดือน 1 วันพฤหัสบดี วันเสาร์ วันจันทร์
เดือน 8 และ เดือน 2 วันศุกร์ วันอาทิตย์ วันอังคาร
เดือน 9 และ เดือน 3 วันเสาร์ วันจันทร์ วันพุธ
เดือน 10 และ เดือน 4 วันอาทิตย์ วันอังคาร วันพฤหัสบดี

3. เกณฑ์ดิถีอวมงคล (วันต้องห้ามทำการมงคล)

เป็นกลุ่มดิถีร้ายแรงที่จะคอยหักล้างความเป็นมงคลในวันนั้นๆ ประกอบด้วย:

• ดิถีพิฆาต (ห้ามเด็ดขาด)

ดิถีร้ายแรงที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้า คำนวณจาก วันในสัปดาห์ กับ วันข้างขึ้น/แรม ดังนี้:

วัน ดิถีพิฆาต
อาทิตย์12 ค่ำ
จันทร์11 ค่ำ
อังคาร7 ค่ำ
พุธ3 ค่ำ
พฤหัสบดี6 ค่ำ
ศุกร์8 ค่ำ
เสาร์9 ค่ำ

• ดิถีมหาสูญ (สูญเปล่า ไร้ผล)

ทำสิ่งใดก็สูญสิ้น ไม่สำเร็จ ไม่มีความงอกงาม คำนวณตาม เดือนจันทรคติไทย กับ ข้างขึ้น/ข้างแรม ดังนี้:

เดือนไทย ดิถีมหาสูญ
เดือน 1 และ เดือน 42 ค่ำ
เดือน 2 และ เดือน 1112 ค่ำ
เดือน 3 และ เดือน 64 ค่ำ
เดือน 54, 6 ค่ำ
เดือน 74, 8 ค่ำ
เดือน 85, 6 ค่ำ
เดือน 9 และ เดือน 1210 ค่ำ
เดือน 108 ค่ำ

4. เกณฑ์การกำหนด "วันพระ" (วันอุโบสถ)

วันพระเป็นวันที่โคจรของดวงจันทร์รอบโลกเข้าสู่ตำแหน่งทำมุมสำคัญ กำหนดไว้ตายตัวตามดิถี 4 วันในแต่ละเดือน ดังนี้:

  • ขึ้น 8 ค่ำ และ ขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง)
  • แรม 8 ค่ำ
  • วันแรมสิ้นเดือน:
    • ใน เดือนคี่ (เดือน 1, 3, 5, 7, 9, 11) ซึ่งเป็นเดือนขาด จะเป็นวันพระในวัน แรม 14 ค่ำ
    • ใน เดือนคู่ (เดือน 2, 4, 6, 8, 10, 12) ซึ่งเป็นเดือนเต็ม จะเป็นวันพระในวัน แรม 15 ค่ำ

ข้อสำคัญที่ต้องระวัง: ถึงแม้เกณฑ์ตารางเหล่านี้จะตายตัว แต่การนำมาประกอบกิจกรรมในชีวิตจริง ฤกษ์จะไม่ตายตัวสำหรับทุกคน เช่น หากตรงกับวันกาลกิณีประจำวันเกิดของตัวเรา (เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ห้ามใช้ฤกษ์วันศุกร์) หรือตรงกับตำแหน่งเรือนเสีย (อริ มรณะ วินาศ) ในดวงชะตาชีวิต วันมงคลของคนอื่นก็อาจกลายเป็นวันร้ายสำหรับเฉพาะบุคคลได้ครับ

หลักการคำนวณปฏิทินฤกษ์ยามของ Phayakorn

ปฏิทินฤกษ์ยามบนเว็บไซต์ Phayakorn ได้รับการคำนวณขึ้นโดยการนำเอาปัจจัยสำคัญ 3 ประการตามโหราศาสตร์ไทยมารวมกันเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ในแต่ละวัน:

1

หลักกาลโยคประจำปี

คำนวณวันดี-วันเสียที่จะเปลี่ยนรอบในทุกๆ วันเถลิงศก (ประมาณวันที่ 16 เมษายน ของทุกปี) เพื่อหาว่าในสัปดาห์นั้น วันใดเป็นวันมงคล (วันธงชัย, วันอธิบดี) หรือวันอวมงคล (วันอุบาทว์, วันโลกาวินาศ)

2

วันลอย วันฟู วันจม

พิจารณาความเหมาะสมของวันตามความสัมพันธ์ระหว่างเดือนทางจันทรคติไทย กับวันในแต่ละสัปดาห์ โดยระบุว่าวันใดที่เป็นกระแสอิทธิพลขึ้นสูง (วันฟู, วันลอย) และวันใดที่มีกระแสอิทธิพลตกต่ำ (วันจม)

3

ดิถีมงคลและดิถีอวมงคล

วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างวันในสัปดาห์ กับ ดิถี (ข้างขึ้น-ข้างแรม) เพื่อหาว่าวันนั้นได้รับกระแสโชคประการใด เช่น ดิถีมหาสิทธิโชค (โชคใหญ่สำเร็จอย่างยิ่ง), ดิถีอำมฤคโชค (อายุยืนยาว ปลอดภัย), หรือหากโชคร้ายจะตรงกับดิถีร้าย เช่น ดิถีพิฆาต หรือ ดิถีมหาสูญ

บทสรุปของการนำข้อมูลมาลงปฏิทิน: ระบบของ Phayakorn จะคำนวณวันข้างขึ้น-ข้างแรม และวันในสัปดาห์ จากนั้นจะประมวลผลคะแนนของปัจจัยทั้งหมด หากวันใดมีดิถีมงคลตรงกับวันธงชัยหรือวันฟู และไม่มีดิถีอวมงคลมาขัดขวาง วันนั้นจะได้รับการประเมินว่าเป็น "วันฤกษ์มงคล" เหมาะแก่การประกอบพิธีต่าง ๆ โดยจะมีแท็กสีบ่งบอกให้เห็นชัดเจนบนปฏิทิน

Welcome

เข้าสู่ระบบหรือสร้างบัญชี

กรอกอีเมลเพื่อดำเนินการต่อ

หรือ

ระบบใช้ข้อมูลของคุณเพื่อเข้าสู่ระบบและบันทึกคำพยากรณ์อย่างปลอดภัย